อบรมหลักสูตรการทำการตลาดออนไลน์แบบตัวต่อตัว สำหรับsmes พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่

ดังนั้นแทนท่ีจะรอดูผลลัพธ์ซึ่งไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไร คุณสามารถที่จะจ่ายเงินเพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณแสดงขึ้นมาบนเซิจเอนจิ้นได้ทันทีเมื่อลูกค้าทำการค้นหา SEM หรือ Research Engine Marketing ก็คือด้านตรงข้ามของการทำ SEARCH ENGINE OPTIMIZATION นั่นเอง กล่าวคือ SEO เป็นกระบวนการในการทำให้เว็บไซต์ของคุณแสดงผลขึ้นมาแบบออร์แกนิค (ไม่เสียเงิน) ในขณะที่ SEM เป็นการทำให้เว็บไซต์แสดงผลขึ้นมาด้วยการจ่ายเงินให้กับเซิจเอนจิ้น อาจเรียกได้ว่านี่เป็นวิธีการที่รวดเร็วที่สุดที่จะทำให้คุณได้ลูกค้า เพราะธุรกิจที่ลงโฆษณาบนเซิจเอนจิ้น จะสามารถแสดงผลในอันดับที่สูงกว่าออแกร์นิค ซึ่งหมายถึงคุณจะได้ผู้เข้าชมที่มีคุณภาพจำนวนมากเช่นกัน ในการทำการตลาดช่องทางอื่นๆเช่นการตลาดแบบออฟไลน์… คุณจำเป็นที่จะต้องมีงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งอาจจะเป็นหลักหลายๆหมื่นหรือหลายๆแสนสำหรับการเริ่มต้น เพื่อให้โฆษณาของคุณแสดงให้กับคนจำนวนมากที่ไม่ได้สนใจสินค้าและบริการของคุณเลย (เช่น ป้ายโฆษณาบนทางด่วน, ใบปลิว, โทรทัศน์ เป็นต้น)

การตลาดออนไลน์

นั่นหมายความว่า SEM จะไม่เหมาะกับธุรกิจของคุณเลยหากคุณเพียงแค่ต้องการให้คนเข้ามารู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้นด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ฟรี และไม่ได้คิดจะขายสินค้าและบริการใดๆ… เช่นเดียวกันกับการทำ SEO คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะกำหนดความสำเร็จแคมเปญ SEARCH ENGINE MARKETING ของคุณ

การตั้งค่า Transformation Tracking นี้จะทำให้คุณสามารถวัดผลได้ว่า ค่าโฆษณาที่คุณจ่ายออกไปสามารถสร้างลูกค้าและยอดขายกลับมาได้เป็นจำนวนเท่าไร… ซึ่งหากคุณขาดขั้นตอนนี้ไป คุณก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแคมเปญของคุณประสบความสำเร็จหรือไม่ เมื่อคุณทำทั้งหมดนี้ครบแล้ว ขั้นตอนที่เหลือก็คือการสร้างแคมเปญและโฆษณาขึ้นมาภายในแอคเคาท์ของคุณ และนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้คุณประสบความสำเร็จกับการทำ SEM ได้ หากคุณต้องการเริ่มต้นใช้งาน Google Ads เพื่อสร้างลูกค้าให้กับธุรกิจ คุณอาจจะสนใจ ซึ่งผมอธิบายวิธีการทั้งหมดโดยละเอียด มาถึงตรงนี้ คุณได้ทราบแล้วว่าจะใช้เซิจเอนจิ้นในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณอย่างไร…

ทั้งนี้ก็เพราะลูกค้าของคุณกำลังต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณ แต่หน้าเว็บไซต์หลักโดยทั่วไปของธุรกิจมักจะไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ผู้เข้าชมจำนวนมากเข้ามาในเว็บไซต์และออกไปโดยไม่ได้ตัดสินใจติดต่อคุณเข้ามาและซื้อสินค้าและบริการใดๆ ดังนั้นอย่าลืมที่จะสร้างหน้า Landing Page ที่ให้ข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมายของคุณอย่างครบถ้วน คุณไม่ต้องการที่จะเสียค่าโฆษณาไปอย่างเปล่าประโยชน์โดยไม่สามารถสร้างลูกค้าและยอดขายกลับมาถูกมั้ยครับ? เพื่อที่จะทำให้คุณสามารถวัดผลลัพธ์ของแคมเปญได้อย่างถูกต้อง คุณจำเป็นที่จะต้องตั้งค่า Transformation Tracking ภายในแอคเคาท์ของคุณ

แต่สำหรับการทำ SEM อย่าง Google Ads แล้ว คุณสามารถกำหนดงบประมาณของคุณได้ตามต้องการ และจ่ายเงินเมื่อมีคนคลิกโฆษณาเท่านั้น ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายของคุณจะขึ้นอยู่กับคีย์เวิร์ดที่คุณเลือก… บางคีย์เวิร์ดอาจจะมีราคาแค่ไม่กี่บาท… ในขณะที่บางคีย์เวิร์ดอาจจะมีราคาสูงถึงหลักหลายร้อยหรือพันบาท เนื่องจากคุณจำเป็นต้องเสียเงินให้กับ Google เพื่อสร้างคนเข้าชมเว็บไซต์… วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการทำ SEM นี้ก็คือการสร้างยอดขายให้ได้มากกว่าค่าโฆษณาที่คุณจ่ายออกไป ซึ่งสามารถทำได้ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ เริ่มต้นด้วยสินค้าและบริการ คุณไม่สามารถที่จะสร้างยอดขายได้เลยหากธุรกิจของคุณไม่มีสินค้าและบริการให้กับลูกค้า… ซึ่งการทำ SEM โดยไม่ขายสินค้าและบริการใดๆจะเป็นช่องทางที่เร็วที่สุดที่คุณจะทำให้คุณเสียเงินจำนวนมากโดยไม่ทันตั้งตัว

ผู้คนพูดถึงธุรกิจของคุณอย่างไร ผู้คนพูดถึงธุรกิจของคู่แข่งคุณอย่างไร

คุณจะไม่สามารถสร้างลูกค้าจาก Social Media ได้เลยหากธุรกิจของคุณไม่มีตัวตน และไม่มีใครมองเห็น ดังนั้นขั้นตอนแรกสุดของการทำ Social Media Advertising ก็คือการสร้าง Social Profile ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นและถูกมองเห็นได้ คุณจำเป็นที่จะต้องมีเพจธุรกิจ ซึ่งจะเป็นช่องทางที่ใช้สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณโดยตรง สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนจริงๆ และเขาสามารถที่จะเข้าถึงคุณได้ทุกเมื่อ หากต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ, แชร์เรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ, หรือแม้กระทั่งการขอรับความช่วยเหลือต่างๆหลังบริการ เป็นต้น เมื่อธุรกิจของคุณเริ่มมีตัวตนบน Social Media แล้ว ผู้คนก็จะเริ่มตอบสนองกับแบรนด์ของคุณ เป้าหมายของขั้นตอนนี้ก็คือการรับฟังเสียงตอบรับต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณทราบว่า…

แต่สิ่งที่ทำให้แคมเปญการตลาดออนไลน์ของคุณสามารถสร้างลูกค้าได้รวดเร็วขึ้นไปอีกก็คือ Social Media Marketing สิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำการตลาดออนไลน์ก็คือ “การสื่อสาร”… ซึ่งเป็นเรื่องของวิธีที่คุณสื่อสารกับลูกค้าเพื่อให้เขาได้รับในสิ่งที่ต้องการและยกระดับการตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง ด้วยเหตุผลนี้เอง Sociable Media จึงเป็นช่องทางอีกช่องทางหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ที่ทำให้คุณสามารถสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และทำให้เขาเริ่มรู้จักคุณ, ชอบคุณ, และไว้ใจคุณ จนเขากล้าที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการจากคุณ

เนื่องจาก SEM คือการทำการตลาดบนเซิจเอนจิ้น… คุณจำเป็นต้องทราบว่าคีย์เวิร์ดใดเป็นคีย์เวิร์ดที่มีแนวโน้มจะสร้างยอดขายให้กับธุรกิจ และเลือกคีย์เเวิร์ดเหล่านั้นมาใช้สำหรับการเริ่มต้นแคมเปญ คุณสามารถใช้เครื่องมือ ภายในแอคเคาท์ Google Ads เพื่อวิเคราะห์คีย์เวิร์ดด้วยหลักการเดียวกับการทำ SEARCH ENGINE OPTIMIZATION ทั้งนี้สิ่งที่คุณต้องใส่ใจเพิ่มขึ้นมาก็คือ “ค่าคลิก” โดยเคล็ดลับก็คือการเลือกคีย์เวิร์ดที่ค่าคลิกไม่สูงเกินไป, การแข่งขันต่ำ, และเป็นคีย์เวิร์ดที่บ่งบอกพฤติกรรมของผู้ค้นหาว่าเขากำลังมองหาสินค้าและบริการของคุณ เมื่อได้คีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนถัดมาก็คือการสร้าง Getting Page ซึ่งเป็นหน้าเว็บไซต์สำหรับนำเสนอสินค้าและบริการของคุณ ข้อผิดพลาดหนึ่งที่ทำให้หลายๆคนไม่ประสบความสำเร็จกับการทำ SEARCH ENGINE MARKETING ก็คือใช้หน้าเว็บไซต์หลัก มาเป็น Landing Web page ในแคมเปญโฆษณา

หลายๆธุรกิจมักจะมองข้ามช่องทางนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า คนที่กำลังใช้ Social Media อย่าง Facebook หรือ Instagram ไม่น่าจะกำลังมองหาสินค้าและบริการใดๆ และใช้งานมันเพื่อความสนุกกับเพื่อนและครอบครัวเท่านั้น… แต่หากคุณใช้ประโยชน์จาก Social Press ในการทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างถูกต้อง นี่จะเป็นช่องทางที่เรียกได้ว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการสร้างลูกค้า

ในปัจจุบัน Sociable Media ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกก็คือ Facebook ซึ่งผู้ใช้งานทั้งหมดทั่วโลกมีสูงถึง 2. 5 พันล้านคน (ปี 2020) และหากนับในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ผู้ใช้งาน Fb ก็มีจำนวนมากถึงประมาณ 50 ล้านคน อาจเรียกได้ว่านี่เป็นช่องทางที่ทำให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงลูกค้าซึ่งเป็น “ใครก็ได้” เพราะเกือบทุกคนล้วนมีแอคเคาท์ Facebook ทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี การเริ่มทำ Social Press Marketing อาจไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่เห็น… เพราะคุณไม่สามารถที่จะสร้างเพจธุรกิจ, เขียนโพสต์อะไรก็ได้ทุกๆวัน, และสร้างยอดขายจำนวนมากได้ทันที ดังนั้นในหัวข้อนี้ผมอยากจะเน้นไปที่พื้นฐานและวิธีการเบื้องต้นเพื่อให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มอย่าง Facebook ในการทำ Social Media Marketing ได้มากที่สุด และนี่คือขั้นตอนในการทำ Social internet marketing สำหรับธุรกิจ